|
Code: abound/trek10np-pkr-gha/gho.
10days/9nights.
Trekking Destination: Ghandruk/Ghorepani. Mt. Annapurna
Region.
Highest Point: Pun Hill, 3200m. |
|
วันที่
1
กรุงเทพฯ
– กาฐมาณฑุ :
เดินทางไปยังโรงแรมเพื่อเช็คอิน หลังเช็คอินจะ นำท่านไป
กราบ-สักการะ พระมหาเจดีย์สวยัมภูวนาถ (Soyambhunath
Stupa) หรือ วัดลิง
ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก อายุกว่า 2,500
ปี สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามานะเทวะ
ทางทิศตะวันตกของเมืองกาฐมาณฑุ ณ
จุดนี้ถ้าทัศนะวิสัยหมอกไม่ลงจัด
ท่านสามารถชมความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยและทิวทัศน์ของเมืองต่างๆ
ในบริเวณหุบเขากาฐมาณฑุได้อย่าง ชัดเจน
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือสถูปที่มีดวงตาอยู่โดยรอบทั้ง4ทิศ
อีกทั้งยังเป็นสถานที่เดียวที่พระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูสามารถอยู่คู่กัน
หลังอาหารค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พัก |
|
วันที่
2 กาฐมาณฑุ
–
โพครา:
หลังทานอาหารเช้า นั่งรถ
7–8
ชั่วโมงไปยังโพคราระหว่างทางจะได้ชมทิวทัศน์ที่งดงามของธรรมชาติสองข้างทางที่เต็มไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรมแบ
ขั้นบันได
รวมถึงได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเนปาล
รัปประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ถึงโพคราจากนั้นำท่านเข้าสู่ทีพัก
ช่วงเย็นจะนำท่านชม น้ำตกเดวิด (Devi’s
Fall) และ ศูนย์อพยพชาวทิเบต (Tibetan
Refugee Camp)
สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวทิเบตที่อพยพมาอยู่
|
|
วันที่
3
โพครา –
นายาบูล–ติรเกดูงกา:
หลังอาหารเช้า เก็บของเตรียมเช็คเอาท์
เซ็ตเทรคกิ้ง เช็คเอาท์
ออกเดินทางด้วยทางรถใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
รถจะไปส่งเราได้ ถึง นายาบูล
จุดที่เราจะเริ่มเดินเทรคกิ้ง ของ รูทพูนฮิล อันนาปุรณะ
เบสแคมป์ รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างเดินทางที่
บีเรทานตี หลังอาหารเราจะต้องเริ่มออกแรงเดิน
ทานอาหารเย็นที่บ้านพัก แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
แต่บ้านพักช่วงเทรคกิ้ง บอกไว้นิด ว่า ห้องพอนอนได้
เท่านั้น แต่ละบ้าน เค้าจะมีไม่กี่ห้อง เราจะไม่จองห้องพัก
แต่ละเลือกบ้านพักใหญ่ ประจำหมู่บ้าน เพราะ เรื่องห้องน้ำ
และ น้ำร้อน จะดีที่สุด และที่ไม่จอง ก็เพราะว่า
ไม่รู้ว่าจะเดินถึง ตามกำหนดการรึเปล่า วันไหนท่าน เหนื่อย
เจ็บขา ก็อาจจะทำให้โปรแกรมทั้งหมดเปลี่ยนไป วันไหน
เราเดินได้เร็วก็ไปนอนเมืองข้างหน้า
จะได้ลดภาระของวันรุ่งขึ้นไปได้ |
|
วันที่
4
ติรเกดูงกา–โกเรบานี:
ทานอาหารเช้า ที่บ้านพัก จากนั้น ออกเดินเทรคกันต่อ
วันนี้เราจะต้องเดินขึ้นเขาตลอดทั้งวัน
ก่อนถึงที่จะทานอาหารกลางวันเราจะได้เห็นแม่น้ำติรเกดูงกาทีไหลลงมาจากป่า
อาหารกลางวัน
เราจะทานที่อูลเรรี
หลังทานอาหารกลางวัน เราเทรคเริ่มเดินต่อ
ทานอาหารค่ำที่บ้านพัก |
|
วันที่
5
โกเรบานี–ตาดาบานี:
เช้าตรู่
สักตี
4 ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เป็นเวลาดี
(เราต้องเดินขึ้นเขาใช้เวลาประมาณ1ชั่วโมงครึ่ง
)สำหรับการถ่ายรูป จุดชมวิว ที่สวยที่สุด จุดหนึ่ง แห่งนี้
ที่เรียกว่า Punhill 3200 เมตร
ท่านจะไดัเห็น ยอดเขา ดาวลากิริ
ซึ่งเป็นยอดเขาสำคัญที่ท่านจะได้มองเห็นอย่างชัดเจน
และยอดเขาตุกุเจ,นีลกีลีและยอดเขาอันนาปุรณะ ชมแสงสีทอง
ส่องกระทบยอดเขา ทีละยอดๆ
วัดว่ายอดไหนสูงกว่ากันในสายตาเรา แล้วค่อยลงจากพูนฮิล
รับประทานอาหารเช้าแบบไม่รีบร้อน
พักผ่อนเอาแรงฟื้นพลังกันอีกหน่อย ทานอาหารกลางวันเสร็จ
แล้วเริ่มเดินต่ออีก วันนี้ระยะทางนับตามชั่วโมง ก็
4 ชม. ระหว่างเดินเทรก ไปจนถึงหมู่บ้าน
Tadapani
รับประทานอาหารค่ำที่บ้านพัก เย็นนี้
วิวของยอดเขาอันนาปุรณะท่านจะได้มองเห็นอย่างชัดเจน
และท่านจะได้เห็นยอดเขา มัชชาปูเชรย์ อีกด้วย |
วันที่
6
ตาดาบานี
– กานดารุง:
ทานอาหารเช้าแล้ว เริ่มต้นวันนี้ ก็เดินๆ
ลงจนถึงหมู่บ้านกานดารุงเพือทานอาหารกลางวัน
วันนี้ เราจะอยู่ที่ เมือง กานดารุง
เช่นเดิม เข้าที่พัก ทาน แล้ว นอน |
|
วันที่
7
กานดารุง
– Nayapul – โพครา:
วันนี้ เราจะเดินจาก กานดารุง ให้จบถึง บิเรนทานี่ เส้นทาง
แต่เป็นทางลงและตรงเรียบๆ ล้วนๆ ไปถึง บิเรนทานี่
อาหารกลางวันที่บิเรนทานี หลังอาหารเราจะเดินต่อประมาณ
20 นาทีก็จะถึง Nayapul
จากนั้นนั่งรถไป
โพครา นำท่านเข้าสู่ที่พัก |
|
วันที่ 8 โพครา
– กาฐมาณฑุ
:
รับประทานอาหารเช้าแล้ว ไปเที่ยวเก็บตก ในโพคราที่เหลือ
ล่องเรือ ทะเลสาบเฟวา เดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ
เมืองโพครา เพื่อเดินทางสู่กาฐมาณฑุ
ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
เดินทางสู่ กาฎมัณฑุ
หลังตรวจสำภาระเรียบร้อย รับประทานอาหารกลางวัน
จากนั้นพาท่านชมบริเวณพระราชวังโบราณของนครกาฐมาณฑุ
และบริเวณชุมชนหนุมานโธก้า ซึ่งเป็นย่านใจกลางของนคร
ในการเที่ยวชมงานศิลปะ
อันมีสถาปัตยกรรมที่มีความวิจิตรพิสดาร
นอกจากนี้เข้าไปเยี่ยมชมเทวสถานของกุมารี หรือ
เทวดาเดินดิน (Kumari
Temple : to visit the living
Goddess)
ที่ชาวเนปาลเชื่อกันว่าเป็นเทพธิดา
เด็กน้อยผู้นึ้จะถูกคัดเลือกตั้งแต่อายุ 5 ขวบขึ้นไป
ชาวฮินดูจะเชือถือว่า นางคือภาค หนึ่งของ (เทพธิดาตาเรยู)
และ ชาวพุทธจะเชือถือว่า นางคือภาคหนึ่งของเทพธิดา
(บัดยาราเดวี)
ตราบจนถึงวาระแห่งความเป็นสาวเต็มตัวเด็กน้อยผู้นี้จะพ้นจากตำแหน่งนี้
และจะมีการคัดเลือกผู้อื่นมาสืบแทน
รับประทานอาหารเย็น แล้วเข้าสู่ที่พัก |
|
วันที่
9
กาฐมาณฑุ
–
เจดีย์บาวดานาถ
–
ชมเมืองลลิตปูร์
– มหาพุทธเจติยสถาน
–เมืองปักตะปุร์:
หลังอาหารเช้า วันนี้เดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน
ไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อสักการะขอพรจากพระพุทธศาสนา
เช่น
เจดีย์บาวดานาถ
(Bouddhanath
Stupa)
เจดีย์ชาวพุทธที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนปาล ,
เมืองลลิตปูร์ หรือเมืองปาตัน (Patan
Durbar Square) ,
วัดทองคำ (Golden Temple) และ
มหาพุทธเจติยสถาน (Mahaboudha Temple)
ซึ่งจำลองมาจากเมืองคยาที่มีรูปปั้นพระพุทธเจ้าประทับรอบพระเจดีย์กว่าหนึ่งหมื่นองค์
และมีอายุร่วมพันปี
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองปักตะปุร์
หรือเมืองแห่งผู้มีจิตศรัทธา
เมืองปักตะปุร์มีชื่อเสียงในด้านการแกะสลักไม้และหมวกแก๊ป
ของเนปาลีนำท่านชมบรรยากาศของเมือง ปักตะปุร์ และ
จัตุรัสปักตะปุร์ ดูร์บาร์ ที่ประกอบด้วย ประตูทองคำ
ที่มีการแกะสลักงดงามและสมบูรณ์ที่สุดในโลก
มีการประดับตกแต่งลวดลายด้วยเทพและเหล่าอสูรต่างๆอย่างละเอียดประณีต
ชม พระราชวัง
55 พระแกล ระฆังหมาเห่า ประตูสิงห์
รูปปั้นของกษัตริย์ภูปตินทระ มัลละ ชม วัดทัตตะไตรยะ
วัดนี้สร้างขึ้นจากลำต้นของต้นไม้เพียงต้นเดียวเท่านั้น
วัดนี้ยังมีอารามที่มีหน้าต่างแกะสลักเป็นรูปนกยูงที่งดงามอีกด้วย
ชม วัดไภราพนาถ วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายพระเจ้าไภราพ
ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความน่าเกรงขาม ปางหนึ่งของพระศิวะ ชม
วัดแนตาโปละ เป็นมณฑปที่สูงที่สุดในเนปาล
สวยโดดเด่นด้วยหลังคา 5ชั้น
ซึ่งตั้งอยู่บนฐานที่มีระเบียง 5
ชั้นสูง 35 เมตร วัดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้
จากนั้นนำท่านสู่ย่านทาเมล ช้อปปิ้งซื้อสินค้าพื้นเมือง
ย่านทาเมล ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสินค้านานาชนิด อาทิ
โปสการ์ด รองเท้า ผ้าคลุมไหล่ พรม กระเป๋านานาชนิด
หมวกไหมพรม เสื้อยืด และเครื่องประดับ |
|
วันที่
10
กาฐมาณฑุ
– กรุงเทพฯ:
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย ออกจากโรงแรม
11.00 น นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน TG
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ |
|
Code:
abound/trek24np-pkr-ann-13days/12nights.
Trekking Destination: Annapurna Sanctuary. Mt.
Annapurna Region.
Highest Point: Annapurna Basecamp (ABC), 4130m. |
|
วันที่
1
กรุงเทพฯ
– กาฐมาณฑุ:
เดินทางไปยังโรงแรมเพื่อเช็คอิน หลังเช็คอินจะ นำท่านไป
กราบสักการะ พระมหาเจดีย์สวยัมภูวนาถ (Soyambhunath
Stupa) หรือ วัดลิง
ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก อายุกว่า 2,500
ปี สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามานะเทวะ
ทางทิศตะวันตกของเมืองกาฐมาณฑุ ณ
จุดนี้ถ้าทัศนะวิสัยหมอกไม่ลงจัด
ท่านสามารถชมความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยและทิวทัศน์ของเมืองต่างๆ
ในบริเวณหุบเขากาฐมาณฑุได้อย่าง ชัดเจน
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือสถูปที่มีดวงตาอยู่โดยรอบทั้ง4ทิศ
อีกทั้งยังเป็นสถานที่เดียวที่พระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูสามารถอยู่คู่กัน
หลังอาหารค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พัก |
|
วันที่
2
กาฐมาณฑุ
–
โพครา:
หลังทานอาหารเช้า นั่งรถ
7–8
ชั่วโมงไปยังโพคราระหว่างทางจะได้ชมทิวทัศน์ที่งดงามของธรรมชาติสองข้างทางที่เต็มไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรมแบบ
ขั้นบันได
รวมถึงได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเนปาล
รัปประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง ถึงโพคราจากนั้นนำท่านเข้าสู่ทีพัก
ช่วงเย็นจะนำท่านชม น้ำตกเดวิด (Devi’s
Fall) และ ศูนย์อพยพชาวทิเบต (Tibetan
Refugee Camp)
สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวทิเบตที่อพยพมาอยู่
|
|
วันที่
3 โพครา
– นายาบูล– กานดารุง:
หลังอาหารเช้า เก็บของเตรียมเช็คเอาท์
เซ็ตเทรคกิ้งเช็คเอาท์ออกเดินทางด้วยทางรถใช้เวลาประมาณ 2
ชั่วโมงรถจะไปส่งเราได้ถึงนายาบูลจุดที่เราจะเริ่มเดิน
เทรคกิ้งของ
รูทพูนฮิล อันนา-ปุรณะ เบสแคมป์ รับประทานอาหารกลางวัน
ระหว่างเดินทางที่ บีเรทานตี
หลังอาหารเราจะต้องเริ่มออกแรงเดิน
เส้นทางเดินจะเป็นเส้นทางเรียบและขึ้นเขา
ทานอาหารเย็นที่บ้านพัก แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
แต่บ้านพักช่วงเทรคกิ้ง บอกไว้นิด ว่า ห้องพอนอนได้
เท่านั้น แต่ละบ้าน เค้าจะมีไม่กี่ห้อง
เราจะไม่จองห้องพัก แต่ละเลือกบ้านพักใหญ่ ประจำหมู่บ้าน
เพราะ เรื่องห้องน้ำ และ น้ำร้อน จะดีที่สุด และที่ไม่จอง
ก็เพราะว่า ไม่รู้ว่าจะเดินถึง ตามกำหนดการรึเปล่า
วันไหนท่าน เหนื่อย เเจ็บขา
ก็อาจจะทำให้โปรแกรมทั้งหมดเปลี่ยนไป วันไหน
เราเดินได้เร็วก็ไปนอนเมืองข้างหน้า
จะได้ลดภาระของวันรุ่งขึ้นไปได้ |
|
วันที่
4
กานดารุง
–
โชมรุง:
ทานอาหารเช้าแล้ว เริ่มต้นวันนี้ ก็เดินๆ
ลงจนถึงหมู่บ้านกิมรุงเพือทานอาหารกลางวัน
วันนี้ ที่ปลายทางเราอยู่ที่ เมือง โชมรุง เช่นเดิม
เข้าที่พัก ทาน แล้ว นอน |
|
วันที่
5โชมรุง
– Himalayan Hotel:
ทานอาหารเช้าแล้ว เดินออกจากที่พัก
วันนี้ท่านจะได้เห็นน้ำตกขูลดีทีไหลลงมาจากป่า
พักรับประทานอาหารน่าจะเป็นที่ Bamboo Camp
เช่นเดิม เข้าที่พัก ทาน แล้ว นอน วันนี้
ยอดเขาหางปลา มัชชาปูเชรย์ อยู่ใกล้ๆ
แต่ท่านจะได้เห็นเป็นภาพที่แปลกจากกันเพราะว่าเราจ๊ะเห็นยอดเขาอยู่ใกล้ๆ |
|
วันที่
6 Himalayan Hotel –
มัชชาปูเชรย์
เบสแคมป์ MBC:
ชมแสงเช้า แล้ว ทานอาหารเช้า
ออกเดินขึ้นเขาไปเลือยๆจนไปถึงเด็วราลีเพือรับประทานอาหารกลางวัน
หลังทานอาหารเสร็จเราจะเริ่มเดินทางอีกจนถึงความสูง
3700 เมตร ของ MBC
ทานอาหาร ชมวิว |
|
วันที่
7
มัชชาปูเชรย์ เบสแคมป์
MBC – อันนาปุรณะ
เบสแคมป์ ABC มัชชาปูเชรย์
เบสแคมป์ MBC:
เสพสุขกับแสงยามเช้า
ทานอาหารเช้าเสร็จเราจะเดินขึ้นเขาประมาณ 2 ชั่วโมง
จนกระทั่ง ถึงจุดสูงสุดความสำเร็จของเส้นทางนี้
ABC หรือ Annapurna Base Camp
อาหารกลางวันเราจะทานที่ อันนาปุรณะ เบสแคมป์
พยายามปรับตัวกับที่สูง 4130 เมตร
จากนั้นเราจะพักให้หายเนื่อย
ขากลับเดินลงเลาะไปเรื่อยๆ ทานอาหารค่ำที่บ้านพัก |
|
วันที่
8
มัชชาปูเชรย์
เบสแคมป์
MBC – Himalayan Hotel:
ทานอาหารเช้าเส็จ เราค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ เก็บวิว ไปเรื่อยๆ
ความสุขของการเดินเทรก เส้นทางช่วงนี้ ให้คุรได้มากที่สุด
จนไปถึงเด็วราลีเพือรับประทานอาหารกลางวัน
อาหารค่ำที่
Himalayan Hotel
พร้อมวิวแสงเย็นสวยๆอีกวัน |
|
วันที่
9
Himalayan Hotel – Jhinuwa: หลังทานอาหารเช้าแล้ว
ก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินกลับ อาหารกลางวันที่ Sinuwa
แล้วเดินลงจนไปถึงเมืองโชมรูงจากโชมรูงเดินขึ้นนิดหน่อยต่อจากนั้นเดินลงไปเลื่อยๆจนไปถึงที่พัก
Jhinuwa |
|
วันที่10 Jhinuwa– Nayapul–
โพครา:
วันนี้ เราจะเดินจาก
Jhinuwa ให้จบถึง บิเรนทานี่ เส้นทาง
แต่เป็นทางตรงเรียบๆ ล้วนๆ ไปถึง บิเรนทานี่
อาหารกลางวันที่บิเรนทานี หลังอาหารเราจะเดินต่อประมาณ
20 นาทีก็จะถึง Nayapul
จากนั้นนั่งรถไป
โพครา นำท่านเข้าสู่ที่พัก |
|
วันที่
11
โพครา
– กาฎมัณฑุ:
รับประทานอาหารเช้าแล้ว ไปเที่ยวเก็บตก ในโพคราที่เหลือ
ล่องเรือ ทะเลสาบเฟวา เดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ
เมืองโพครา เพื่อเดินทางสู่กาฐมัณฑุ
ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
เดินทางสู่ กาฎมัณฑุ
หลังตรวจสำภาระเรียบร้อย รับประทานอาหารกลางวัน
จากนั้นพาท่านชมบริเวณพระราชวังโบราณของนครกาฐมาณฑุ
และบริเวณชุมชนหนุมานโธก้า ซึ่งเป็นย่านใจกลางของนคร
ในการเที่ยวชมงานศิลปะ
อันมีสถาปัตยกรรมที่มีความวิจิตรพิสดาร
นอกจากนี้เข้าไปเยี่ยมชมเทวสถานของกุมารี หรือ
เทวดาเดินดิน (Kumari
Temple : to visit the living
Goddess)
ที่ชาวเนปาลเชื่อกัน
ว่าเป็นเทพธิดา เด็กน้อยผู้นึ้จะถูกคัดเลือกตั้งแต่อายุ 5
ขวบขึ้นไป ชาวฮินดูจะเชือถือว่า นางคือภาค หนึ่งของ
(เทพธิดาตาเรยู) และ ชาวพุทธจะเชือถือว่า
นางคือภาคหนึ่งของเทพธิดา (บัดยาราเดวี)
ตราบจนถึงวาระแห่งความเป็นสาวเต็มตัวเด็กน้อยผู้นี้จะพ้นจากตำแหน่งนี้
และจะมีการคัดเลือกผู้อื่นมาสืบแทน
รับประทานอาหารเย็น แล้วเข้าสู่ที่พัก |
|
วันที่
12
กาฐมาณฑุ
–
เจดีย์บาวดานาถ
–ชมเมืองลลิตปูร์
– มหาพุทธเจติยสถาน–
เมืองปักตะปุร์:
หลังอาหารเช้า วันนี้เดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน
ไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อสักการะขอพรจากพระพุทธศาสนา
เช่น
เจดีย์บาวดานาถ
(Bouddhanath
Stupa)
เจดีย์ชาวพุทธที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนปาล ,
เมืองลลิตปูร์ หรือเมืองปาตัน (Patan
Durbar Square) ,
วัดทองคำ (Golden Temple)
และ มหาพุทธเจติยสถาน (Mahaboudha Temple)
ซึ่งจำลองมาจากเมืองคยาที่มีรูปปั้นพระพุทธเจ้าประทับรอบพระเจดีย์กว่าหนึ่งหมื่นองค์
และมีอายุร่วมพันปีหลังอาหารนำท่านเดินทางสู่เมืองปักตะปุร์
หรือเมืองแห่งผู้มีจิตศรัทธาเมืองปักตะปุร์มีชื่อเสียงในด้านการแกะสลักไม้และหมวกแก๊ป
ของเนปาลีนำท่านชมบรรยากาศของเมือง ปักตะปุร์ และ
จัตุรัสปักตะปุร์ ดูร์บาร์ ที่ประกอบด้วย ประตูทองคำ
ที่มีการแกะสลักงดงามและสมบูรณ์ที่สุดในโลก
มีการประดับตกแต่งลวดลายด้วยเทพและเหล่าอสูรต่างๆอย่างละเอียดประณีต
ชม พระราชวัง
55 พระแกล ระฆังหมาเห่า ประตูสิงห์
รูปปั้นของกษัตริย์ภูปตินทระมัลละ ชม วัดทัตตะไตรยะ
วัดนี้สร้างขึ้นจากลำต้นของต้นไม้เพียงต้นเดียวเท่านั้น
วัดนี้ยังมีอารามที่มีหน้าต่างแกะสลักเป็นรูปนกยูงที่งดงามอีกด้วย
ชม วัดไภราพนาถ วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายพระเจ้าไภราพ
ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความน่าเกรงขาม ปางหนึ่งของพระศิวะ ชม
วัดแนตาโปละ เป็นมณฑปที่สูงที่สุดในเนปาล
สวยโดดเด่นด้วยหลังคา 5ชั้น
ซึ่งตั้งอยู่บนฐานที่มีระเบียง 5
ชั้นสูง 35 เมตร วัดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้
จากนั้นนำท่านสู่ย่านทาเมล ช้อปปิ้งซื้อสินค้าพื้นเมือง
ย่านทาเมล ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสินค้านานาชนิด อาทิ
โปสการ์ด รองเท้า ผ้าคลุมไหล่ พรม กระเป๋านานาชนิด
หมวกไหมพรม เสื้อยืด และเครื่องประดับ |
|
วันที่
13กาฐมาณฑุ
–
กรุงเทพฯ:
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม
หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย ออกจากโรงแรม
11.00 น นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน TG
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ |